กระดาษคราฟท์สีน้ำตาลอ่อน KI
ความหนา : 125 150 185 กรัม/ตารางเมตร
คุณลักษณะ : ผิวกระดาษสีน้ำตาลอ่อนรองรับตัวหนังสือสีทึบเข้มได้ดี คุณภาพรองจากเกรด KA
การนำไปใช้งาน : เหมาะสำหรับกล่องที่ต้องการความแข็งแรง เช่น กล่องเครื่องดื่ม กล่องอาหารกระป๋อง กล่องนม กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ
กระดาษคราฟท์ KA
ความหนา : 125 150 185 230 กรัม/ตารางเมตร
คุณลักษณะ : กระดาษคราฟท์สีเหลืองทองสำหรับทำผิวกล่อง มีความแข็งแรง ทนทานเป็นพิเศษ สามารถรองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม และเป็นสีที่นิยมใช้กันมากในประเทศ
การนำไปใช้งาน : เหมาะสำหรับบรรจุสินค้าในประเทศและส่งออก เช่น อาหารกระป๋อง อาหารทะเลแช่แข็ง เครื่องใช้ไฟฟ้า อะไหล่ยนต์ ชิ้นส่วน
อีเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า กล่องเฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องการความมั่นใจในเรื่องความแข็งแรงทุกรูปแบบ ทั้งการเรียงซ้อน และ การป้องกันการกระแทก
กระดาษคราฟท์สีน้ำตาล KT
ความหนา : 125 150 200 250 กรัม/ตารางเมตร
คุณลักษณะ : กระดาษคราฟท์สีน้ำตาลสำหรับทำผิวกล่อง ผลิตจากเยื่อ Recycle 100% เพื่อส่งเสริมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแต่ยังคงความสวยงามและความแข็งแกร่ง
การนำไปใช้งาน : เหมาะสำหรับบรรจุสินค้าในประเทศและส่งออก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า กล่องเฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องการความมั่นใจในเรื่องความแข็งแรงทุกรูปแบบ ทั้งการเรียงซ้อน และการป้องกันกากระแทก
กระดาษคราฟท์สำหรับทำลอนลูกฟูก CA (Corrugating Medium)
ความหนา : 100, 105, 125, 150, 185 กรัม/ตารางเมตร
คุณลักษณะ : กระดาษคราฟท์สีน้ำตาลสำหรับทำลอนลูกฟูก ผลิตจากเยื่อ Recycle 100% เพื่อส่งเสริมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การนำไปใช้งาน : เหมาะสำหรับใช้ทำลอนลูกฟูกกล่องกระดาษทุกชนิด หรือใช้ทำเป็น LINER BOARD คุณสมบัติรับน้ำหนักการเรียงซ้อนได้หลายชั้น และทนแรงกระแทก บางครั้ง CA อาจถูกนำ มาใช้ทำเป็นกระดาษทำผิวกล่องด้านหลังเพื่อลดต้นทุน
กระดาษคราฟท์สำหรับทำลอนลูกฟูก KL
ความหนา : 125, 150, 175, 205, 250 กรัม/ตารางเมตร
คุณลักษณะ : กระดาษคราฟท์สีน้ำตาลอมเหลืองสำหรับทำผิวกล่องมีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษสามารถรองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยมกันซึมน้ำ
การนำไปใช้งาน : เหมาะสำหรับบรรจุสินค้าในประเทศและส่งออก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า กล่องเฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องการความมั่นใจในเรื่องความแข็งแรงทุกรูปแบบ ทั้งการเรียงซ้อน และการป้องกันการกระแทก
เป็นวัสดุที่แพร่หลายและนิยมมากที่สุดเพราะสามารถออกแบบสร้างสรรค์เป็นบรรจุภัณฑ์ได้มากมายหลายชนิด และ นับได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญต่อสินค้าของท่าน สำหรับใช้ในการผลิต และการจัดส่งสินค้า ซึ่งอาศัยคุณสมบัติทางกายภาพของกระดาษที่สามารถ ตัด ดัด พับ งอ ได้ง่ายมกำหนดสร้างเป็นรูปร่าง รูปทรงต่าง ๆ สาเหตุที่กระดาษลูกฟูก ได้รับความนิยมในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เนื่องจาก ความทนทาน สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย น้ำหนักเบา เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทันสมัย สามารถปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการได้ สามารถปกป้องสินค้า สามารถพิมพ์ลวดลายเพื่อให้ข้อมูลแทนโฆษณาข้อบ่งชี้ในตัวสินค้าต่างๆรวมไปถึงการบอกราคาสินค้า และทำให้เกิดความสวยงามจูงใจผู้ซื้อราคาประหยัด
แผ่นกระดาษลูกฟูก ประกอบด้วยสองส่วนประกอบหลัก ดังนี้ กระดาษแผ่นเรียบ ( Liner Board ) คือ กระดาษแผ่นเรียบที่ติดอยู่กับลอนลูกฟูก
ลอนลูกฟูก ( Corrugated Medium ) คือ ส่วนของกระดาษที่มีลักษณะเป็นคลื่น และอยู่ติดกับแผ่น Liner board
B
C
E
B/C
EB
2.5±
3.6±
1.5±
6.5±
4.1±
การเลือกใช้กระดาษ สำหรับทำกล่องลูกฟูก มีข้อควรคำนึงดังนี้
• พิจารณาถึงการจัดเก็บและขนส่งกล่องลูกฟูก เช่น การเก็บในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงอาจทำให้กระดาษลูกฟูกเสียหายได้ ดังนั้นควรเลือกกระดาษที่สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมดังกล่าวได้
การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้การเลือกกระดาษสำหรับทำกล่องลูกฟูกมีความเหมาะสมกับการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องสินค้าได้ดี.
1. Ring Crush Test (RCT) เป็นการทดสอบคุณภาพของกระดาษที่ใช้ทำกระดาษลูกฟูก โดยวัดความสามารถในการต้านแรงกดในแนวตั้งบนกระดาษตัวอย่างที่ตัดและดัดเป็นวงแหวน ซึ่งทดสอบความแข็งแรงของเนื้อกระดาษเพื่อประเมินประสิทธิภาพในการใช้งานสำหรับบรรจุภัณฑ์
จุดประสงค์ของการทดสอบ RCT
• วัดความต้านทานแรงกดในแนวตั้งของกระดาษ
• ประเมินความสามารถในการรับแรงกดของกระดาษชนิดต่าง ๆ เช่น กระดาษคราฟท์หรือกระดาษไลเนอร์
ขั้นตอนการทดสอบ
1. ตัดกระดาษตัวอย่างตามขนาดมาตรฐาน
2. ม้วนตัวอย่างเป็นวงแหวนและนำไปวางในเครื่องทดสอบ RCT
3. เครื่องทดสอบจะกดแรงในแนวดิ่งจนกระดาษพับหรือเสียรูป
4. แรงที่กระดาษรับได้ก่อนเสียรูปจะแสดงผลเป็นค่าความแข็งแรงของกระดาษ
หน่วยวัด
• หน่วยวัดที่นิยมใช้คือ N/m (นิวตันต่อเมตร) หรือ lb/in (ปอนด์ต่อนิ้ว)
ความสำคัญของการทดสอบ RCT
• ช่วยประเมินความแข็งแรงของกระดาษที่ใช้เป็นส่วนประกอบของกระดาษลูกฟูก เช่น กระดาษลอนลูกฟูก (Fluting) และกระดาษปิดผิว (Linerboard)
• มีผลโดยตรงต่อคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ เช่น การต้านแรงกดเมื่อซ้อนกล่องในแนวตั้ง
2. Bursting Strength หรือ ความต้านทานแรงดันระเบิด เป็นการทดสอบคุณภาพของกระดาษหรือกระดาษลูกฟูก โดยวัดแรงที่ใช้ทำให้กระดาษแตกหรือฉีกขาดเมื่อได้รับแรงกดในแนวดิ่ง การทดสอบนี้มีความสำคัญในการประเมินความแข็งแรงโดยรวมของวัสดุบรรจุภัณฑ์
จุดประสงค์ของการทดสอบ Bursting Strength
ขั้นตอนการทดสอบ
1. ตัดกระดาษตัวอย่างตามขนาดที่กำหนด
2. นำกระดาษตัวอย่างใส่ในเครื่องทดสอบแรงระเบิด
3. เครื่องจะเพิ่มแรงกดบนกระดาษจนกระทั่งกระดาษแตก
4. ค่าความต้านทานแรงดันระเบิดจะถูกบันทึกเป็นแรงสูงสุดที่ทำให้กระดาษฉีกขาด
หน่วยวัด
ความสำคัญของการทดสอบ
การนำไปใช้
3. ECT (Edge Crush Test) คือการทดสอบความแข็งแรงของกระดาษลูกฟูกในด้านความสามารถในการรับแรงกดจากด้านข้าง (Edgewise Compression Strength) ซึ่งใช้วัดความทนทานของกระดาษลูกฟูกต่อแรงกดที่เกิดขึ้นจากการวางซ้อนกันหลายๆ กล่องในระหว่างการขนส่งหรือการจัดเก็บที่มีการซ้อนกล่องกัน
ขั้นตอนการทดสอบ ECT:
1. การเตรียมตัวอย่าง:
• การทดสอบ ECT จะใช้แผ่นกระดาษลูกฟูกที่มีขนาดมาตรฐาน โดยมักจะเป็นขนาด 3 นิ้ว x 6 นิ้ว (ประมาณ 7.6 cm x 15.2 cm)
2. การทดสอบแรงกด:
• ตัวอย่างกระดาษลูกฟูกจะถูกวางตั้งตรงในเครื่องทดสอบ ECT ซึ่งจะกดจากทั้งสองด้านพร้อมกัน (ในแนวดิ่ง) เพื่อดูว่าแผ่นกระดาษลูกฟูกนั้นสามารถทนต่อแรงกดได้มากน้อยเพียงใด
• เครื่องจะบันทึกแรงที่สามารถกดจนทำให้กระดาษลูกฟูกเกิดการเสียหายหรือยุบตัว โดยจะบ่งชี้เป็นหน่วยการวัด เช่น กิโลกรัม/นิ้ว หรือ ปอนด์/นิ้ว (kg/in หรือ lb/in)
3. ผลลัพธ์การทดสอบ:
• ผลที่ได้จากการทดสอบ ECT จะบ่งบอกถึงความสามารถของกระดาษลูกฟูกในการรับน้ำหนักจากการซ้อนกล่องในสภาวะจริง เมื่อมีการทับถมของกล่องหลายๆ กล่อง
• ตัวเลข ECT ที่สูงกว่าจะหมายถึงความทนทานที่ดีกว่า โดยกระดาษลูกฟูกที่มี ECT สูงมักจะใช้สำหรับบรรจุสินค้าที่หนักหรือมีความเสี่ยงในการถูกกระแทกมากขึ้น
ความสำคัญของการทดสอบ ECT:
• การประเมินความทนทาน: ช่วยให้ผู้ผลิตทราบว่า กระดาษลูกฟูกที่เลือกใช้เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมและการขนส่งประเภทใด เช่น ถ้า ECT สูง จะเหมาะกับการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักมาก หรือการเก็บในพื้นที่ที่ต้องซ้อนกล่องกันหลายๆ ชั้น
• การคำนวณการออกแบบบรรจุภัณฑ์: การทดสอบ ECT ช่วยในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรับแรงกดได้ดี เพื่อป้องกันการเสียหายระหว่างการขนส่ง
• การเลือกกระดาษที่เหมาะสม: ใช้ในการเปรียบเทียบคุณภาพกระดาษลูกฟูกจากผู้ผลิตต่างๆ เพื่อให้ได้กระดาษที่มีความทนทานและเหมาะสมกับการใช้งานที่สุด
ค่ามาตรฐานของ ECT:
• กระดาษลูกฟูกที่มี ECT 32-44 lb/in เป็นมาตรฐานสำหรับบรรจุภัณฑ์ทั่วไป
• สำหรับสินค้าที่หนักหรือมีความเสี่ยงในการกระแทก ค่าของ ECT อาจจะสูงถึง ECT 51-61 lb/in หรือมากกว่านั้น
การทดสอบ ECT จึงเป็นวิธีที่สำคัญในการประเมินความเหมาะสมของกระดาษลูกฟูกสำหรับการใช้งานในด้านบรรจุภัณฑ์และขนส่งสินค้าที่ต้องการความแข็งแรง.
4. Concora Crush Test (CCT) คือการทดสอบความแข็งแรงของกระดาษลอนลูกฟูก (Fluting Medium) โดยวัดความสามารถของลอนกระดาษในการต้านทานแรงกดในแนวดิ่งหลังจากขึ้นรูปเป็นลอนตามมาตรฐาน กระบวนการนี้มีความสำคัญต่อการประเมินคุณภาพและความทนทานของกระดาษลูกฟูกในการผลิตบรรจุภัณฑ์
จุดประสงค์ของการทดสอบ CCT
ขั้นตอนการทดสอบ
1. ตัดกระดาษลอนลูกฟูกตัวอย่างตามขนาดมาตรฐาน
2. นำกระดาษตัวอย่างไปขึ้นลอนด้วยเครื่องมือเฉพาะตามขนาดลอนที่กำหนด
3. นำตัวอย่างลอนที่ขึ้นรูปแล้วไปกดในเครื่องทดสอบแรงอัด
4. ค่าความต้านทานแรงกดจะแสดงเป็นแรงสูงสุดก่อนที่ลอนจะเสียรูป
หน่วยวัด
ความสำคัญของ Concora Crush Test
Concora Crush Test เป็นหนึ่งในชุดการทดสอบที่สำคัญสำหรับการควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมกระดาษลูกฟูก โดยใช้ร่วมกับ Edge Crush Test (ECT), Ring Crush Test (RCT), และ Bursting Strength Test เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมสำหรับเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมในการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์.